ประเทศเอสโตเนีย

ทาลลินน์ (Tallinn)

เมืองหลวงของประเทศเอสโตเนีย เมืองเกิดใหม่ภายหลังจากที่สหภาพโซเวียตล่มสลาย เมืองที่ร่ำรวยไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามที่ตั้งอยู่บริเวณยุโรปเหนือ ทาลลินน์ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกเฉกเช่นเดียวกันกับริก้า และวิลนีอุสเมืองหลวงของของกลุ่มประเทศบอลติก ด้วยความที่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานย้อนกลับไปได้ถึงศตวรรษที่ 12 หากด้วยความสำคัญในอดีตที่ทาลลินน์เคยเป็นเมืองท่าค้าขายที่มีความเจริญสุดๆ ที่กลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้เมืองที่งดงามแห่งนี้ต้องถูกเปลี่ยนมือไปสู่ความครอบครองของผู้อื่นมากหน้าหลายตา ไม่ว่าจะเป็นเดนมาร์ก สวีเดน และสหภาพโซเวียต ในร้ายมีดีฉันใด ความหลากหลายในวัฒนะธรรมที่ผสมผสานปนเปจนเกิดเป็นส่วนผสมที่กลมกล่อมกับทาลลินน์ฉันนั้น Medieval Old Town ของทาลลินน์นั้นแสนจะมีเสน่ห์และเราสามารถเดินสำรวจท่องเที่ยวได้แบบสบายๆไม่เหน็ดเหนื่อย ด้วยขนาดที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไร และอาคารบ้านเรือนก็มีความงดงาม ทำให้เราได้รับความเพลิดเพลินไปจนลืมความเมื่อยล้าที่เกิดขึ้น

 

Toompea Hill เขาหินปูนที่มีความเชื่อโบราณว่าถูกสร้างขึ้นเหนือหลุมฝังพระศพของกษัตริย์คาเรฟ (Kalev) เจ้าผู้ครองนครเอสโตเนีย จากด้านบนของยอดเขา เป็นที่ตั้งป้อมปราการที่สำคัญ Danish Castle ที่ทำหน้าที่ป้องกันเมืองมาตั้งแต่ ค.ศ.1219 ความยิ่งใหญ่ของป้อมปราการแห่งนี้สามารถบอกได้จากกำแพงใหญ่โตที่แลดูน่าเกรงขามยิ่ง ที่บริเวณทางเข้าป้อมปราการจะมีประตู Gate Tower ที่สร้างขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ.1380 ทำหน้าที่ตรวจตราผู้คนที่จะมุ่งหน้าเข้าสู่ปราสาทแห่งนี้ เราสามารถชื่นชมความงดงามของทาลลินน์ได้จากจุดชมวิวที่อยู่บนยอดเขานี้ได้อย่างรอบด้าน และเมื่อเดินย้อนกลับลงมาสู่ตัวเมืองด้านล่าง Viru Gate จะรอต้อนรับแขกผู้มาเยือนให้ก้าวเข้าสู่ All-Linn หรือ “Lower Town” ที่จะมีถนนสายเล็ก ตัดลัดเลาะซอกแซกไปตามอาคารบ้านเรือนของตัวเมืองเก่า ร้านรวงสองฝั่งถนนจะเสนอขายสินค้าให้แก่นักท่องเที่ยวละลานตา รวมทั้งผลงานของศิลปินท้องถิ่นที่อาศัยพื้นที่ของเขตเมืองนี้ในการทำมาหาเลี้ยงชีพ จะเรียกว่าเป็นเขตเมืองที่คึกคักที่สุดก็ว่าได้

 

หากเดินต่อไปเรื่อยๆก็จะพบกับ Raekoja Plats จัตุรัสเมืองซึ่งถือเป็นหัวใจของทาลลินน์อันเป็นที่ตั้งของ Raekoda (Town Hall) ที่มีอายุอานามมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1371 วัสดุหลักที่นำมาก่อสร้างศาลาว่าการหลังนี้นำมาจากหินก้อนโต ที่ยิ่งดูก็ยิ่งทึ่งกับความสามารถและความพยายามของคนโบราณ

 

ยิ่งได้ใช้เวลามากเท่าใด ก็จะยิ่งค้นพบว่าทาลลินน์นั้นได้รับอิทธิพลทางด้านสถาปัตยกรรมมาจากรัสเซียมากเท่านั้น Alexander Nevsky Cathedral โบสถ์สไตล์รัสเซียที่สร้างขึ้นมาเมื่อศตวรรษที่ 19 นั้นแสดงให้เห็นถึงข้อสังเกตนี้ได้อย่างชัดเจน โบสถ์รูปทรงหัวหอมที่ยอดโดมด้านบนจะพบเห็นได้ทั่วไปในทาลลินน์ St Mary’s Cathedral หรือ Toomkirik โบสถ์ที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ ค.ศ.1229 โดยแรกเริ่มเดิมทีเป็นโบสถ์ของแคทอริก (Catholic) แต่ต่อมาได้เปลี่ยนมือมาเป็นของลูเทอแรน (Lutheran) เมื่อ ค.ศ.1561 และหากผู้มาเยือนได้มีโอกาสเห็นรัฐสภา (Riigikogu) ของทาลลินน์ จะต้องอดใจไม่ได้ที่จะรำพึงออกมาถึงความสวยงามด้วยสีชมพูหวานแหววของมัน

 

นอกจากนี้ทาลลินน์ยังมีพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ความน่าสนใจอยู่ที่สิ่งที่จัดแสดงเอาไว้นั้นบ่งบอกให้ผู้มาเยือนได้รับรู้และเข้าใจถึงความยากลำบากที่ทาลลินน์ต้องเผชิญ อาคารบ้านเรือนยุคกลางกว่า 72 หลังที่จัดแสดงไว้ สามารถทำให้เราย้อนอดีตกลับสู่วันอันรุ่งโรจน์ของมัน ทาลลินน์แดนสวรรค์แห่งเอสโธเนีย อีกหนึ่งดาวจรัสแสงของบอลติกที่จะนำความมั่งคั่งแห่งอดีตกาลกลับมาสู่ปัจจุบันได้อย่างมิยากเย็น ด้วยความสวยงามของสถาปัตยกรรม เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ความงดงามของสถานที่ตั้ง เป็นสูตรสำเร็จที่จะทำให้นักท่องเที่ยวจะต้องถวิลหา และจะต้องมายลโฉมหญิงงามอย่างทาลลินน์ให้ได้ซักครั้งหนึ่งในชีวิต