ประเทศลัตเวีย (Latvia)

ลัตเวีย (Latvia) เป็นหนึ่งในสามประเทศเกิดใหม่หลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ตั้งอยู่ริมทะเลบอลติก แต่คนไทยส่วนใหญ่มักส่ายหัวเมื่อได้ยินชื่อลัตเวีย เพราะชื่อนี้ยังไม่เป็นที่คุ้นหูนักของบรรดานักท่องเที่ยวชาวไทย แต่หากเราไปถามคำถามเดียวกันกับชาวยุโรป ส่วนใหญ่จะต้องยกนิ้วโป้งให้เลย เพราะลัตเวียเป็นประเทศที่น่าท่องเที่ยวเป็นที่สุด มีความสวยงามของสถาปัตยกรรมชนิดที่เรียกได้ว่าสามารถเดินกระทบไหล่เมืองดังอื่นๆในยุโรปได้อย่างไม่อายใคร โดยเฉพาะริก้า (Riga) เมืองหลวงของลัตเวีย

 

เมืองที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก เมืองที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองหลวงทางวัฒนะธรรมแห่งยุโรปเฉกเช่นเดียวกับเมืองกราซ (Graz) ของประเทศออสเตรีย หลังจากที่ได้รับเอกราชในการปกครองตนเองใหม่ๆ ผู้คนในลัตเวียนั้นยังมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่ค่อยมีคุณภาพนัก เพราะโดนโซเวียตข่มเหงเสียจนโงหัวแทบไม่ขึ้น เพาะปลูกอะไรได้ก็โดนขโมยส่งกลับไปให้โซเวียตหมด แต่คนลัตเวียมีฝีมือทางด้านการเล่นดนตรีเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะไวโอลินและดนตรีคลาสสิค เมื่อประเทศใดต้องการครูสอนดนตรีฝีมือดีไปสอนให้กับนักเรียนของตน ก็จะมาที่ลัตเวียแล้วก็คัดเลือกเอาตัวไป โดยค่าจ้างค่าออนนั้นก็ถูกกว่าการไปเอานักดนตรีระดับเดียวกันจากออสเตรีย
เมื่อมีโอกาสได้มาท่องเที่ยวในริก้านั้น ท่านอาจจะนึกว่ากำลังนั่งเครื่องย้อนกาลเวลากลับไปสู่ยุคกลาง เพราะความสวยงามของสถาปัตยกรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ตรงหน้านั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นศิลปะแบบอาร์ตนูโว (Art Nouveau) ซึ่งเป็นศิลปะในยุคค่อนข้างใหม่คือประมาณศตวรรษที่ 17 – 19 นี่เอง แต่ก็มีความงดงามอ่อนช้อย การตกแต่งโดยการใช้รูปปั้นนูนต่ำ หรือการแกะสลักเป็นรูปต่างๆก็ดูมีความสวยงามและน่าเกรงขามอยู่ในที ตัวเมืองเก่าริก้ามีแม่น้ำดากาวา (Daugava) ไหลผ่านหน้าเมือง ซึ่งเป็นแม่น้ำสายใหญ่และสายสำคัญที่หล่อเลี้ยงความอุดมชุ่มชื่นให้แก่ริก้า ป้อมปราการจะมีกำแพงเมืองสูงตระหง่านสมกับเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้ทะเล เพราะหากปราศจากกำแพงเมืองที่แข็งแกร่ง ก็จะทำให้ตกเป็นเป้าในการรุกรานของศัตรูได้โดยง่าย
ประตูเมือง Swedish Gate ยังคงความสวยงามมาได้ตั้งแต่ยุคกลาง และเมื่อเราเริ่มออกเดินมุ่งเข้าสู่ถนนสายเล็กที่ปูลาดด้วยก้อนอิฐขนาดเสมอกัน หากจะสังเกตให้ดีก็จะเห็นได้ว่าอิฐที่เราเดินเหยียบย่ำอยู่นั้นมีความมันวาวอันเนื่องมาจากมันผ่านกาลเวลามาอย่างโชกโชน อย่าปล่อยให้อายุของประเทศเกิดใหม่อย่างลัตเวียมาตบตาท่านได้ เพราะแท้จริงแล้วริก้านั้นเป็นเมืองที่มีอายุร่วมพันปีมาแล้ว
หลายคนอาจจะเกิดคำถามว่า ในเมื่อมันมีอายุร่วมพันปี แล้วไฉนเลยที่สถาปัตยกรรมที่ปรากฏอยู่นั้นจึงมาเกิดเอาในศตวรรษหลังๆมานี่เล่า? เหตุผลก็เฉกเช่นเดียวกันกับเมืองอื่นๆในยุโรป ที่จะต้องผ่านประสบการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่กันมาแล้วทั้งสิ้น เพียงแต่ริก้านั้นมีเหตุผลที่แปลกประหลาดกว่าคนอื่นตรงที่ว่า ไฟที่เผาผลาญเมืองนั้นเกิดจากความตั้งใจของชายเพียงคนเดียวที่กลัวการบุกยึดของนโปเลียน จึงได้จุดไฟเผาเมืองทิ้งเพียงเพราะไม่อยากให้ตกไปเป็นสมบัติของคนฝรั่งเศส แต่ในท้ายที่สุด นโปเลียนก็หาได้เข้ามาเหยียบเมืองริก้าเลย และเหมือนโชคชะตาจะเล่นตลกกับริก้า เพราะช่วงสงครามโลกก็ยังโดนฮิตเลอร์ถล่มเล่นเอาเสียหายต้องสร้างเมืองกันขึ้นมาใหม่อีกครา
อาคารสำคัญอย่าง House of Black Head ที่มีมาตั้งแต่ยุคกลาง ก็โดนทำลายทิ้งเช่นเดียวกัน และได้รับการบูรณะ หรือจะเรียกให้ถูกคือสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งอาคารหลังจากสงครามสิ้นสุดลง แต่ยังคงรักษาลักษณะของเดิมเอาไว้ได้ทุกประการ

 

แต่ใช่ว่าสิ่งที่เราเห็นนั้นจะเป็นของใหม่เสียทั้งหมด บ้านสามพี่น้อง The Three Brothers ที่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ก็ยังคงตั้งอยู่ที่เดิม และหากจะเป็นคนช่างสังเกตซักนิด ก็จะเห็นว่าหน้าต่างบ้านทำไมจึงมีขนาดที่เล็กนิดเดียว? เป็นเรื่องแปลกที่ซ่อนคำตอบแก่ผู้ใฝ่รู้ เมื่อยุคกลางการเรียกเก็บภาษีของที่นี่จะวัดจากขนาดของหน้าต่างที่ใช้ เพราะยิ่งหน้าต่างบานใหญ่ นั่นสื่อถึงความมั่งมีในเงินทอง เจ้าของบ้านต้องการจะให้คนภายนอกมองเห็นของแต่งบ้านที่อยู่ภายใน ดังนั้นก็จะต้องจ่ายอากรในราคาที่แพงกว่าคนอื่น ในทางกลับกัน หน้าต่างยิ่งเล็ก ก็จะเสียภาษีน้อยลง บ้านสามพี่น้องก็คงจะเป็นเพียงคนชั้นกลางที่หาเช้ากินค่ำ จึงมีบ้านที่มีหน้าต่างเล็กนิดเดียว
ในตัวเมืองริก้านั้นได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกทั้งเมือง มีอาคารเก่าแก่ที่สวยงามให้เดินชมมากมาย ย่านจัตุรัส Ratslaukums เป็นย่านสำคัญของเมือง เป็นที่พบปะของผู้คน โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ (St. Peter Church) ที่มีอายุยืนยาวมาตั้งแต่ ค.ศ.1209 แต่ยังคงความอลังการมาได้จนถึงปัจจุบัน Ratslaukums Square เป็นจุดสำคัญทางเศรษฐกิจมาตั้งแต่โบราณ มีศาลาว่าการเมืองตั้งเด่นเป็นสง่า

 

นอกจากนี้ยังมีอาคารแปลกๆที่มีความหมายซ่อนอยู่ให้คนฉงนถามอย่าง The Cat House ว่ามันมีความสำคัญเยี่ยงไร จึงต้องมีผู้คนต่างรุมชักภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีคหบดีที่ร่ำรวยมาก อยากจะเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมไฮโซอย่าง The Great Guild แต่ทางสมาคมไม่ยอมรับเพราะถึงแม้ว่าจะร่ำรวยแต่ก็ไม่ใช่ผู้ดีเก่า คหบดีผู้มั่งคั่งจึงลงทุนสร้างอาคารนี้ขึ้นมาใหญ่โตสวยงาม แล้วมีรูปปั้นแมวอยู่ที่ยอดบนหลังคา หันหน้าไปสู่อาคารของสมาคม จนในที่สุดสมาคมมองเห็นความตั้งใจจริงที่จะเข้าเป็นสมาชิกให้ได้ จึงยอมรับคหบดีคนนี้เข้าเป็นสมาชิก
การเดินเที่ยวไปทั่วเมืองริก้า เป็นความเพลิดเพลินที่จะทำให้เราต้องหยุดถ่ายรูปกันมือระวิง เพราะความสวยงามที่มีมากมายหลากหลาย สวนสวยกลางเมืองที่มีทะเลสาบเล็กๆให้เราลงไปพายเรือเล่นได้เย็นๆใจ อนุสาวรีย์เสรีภาพที่ก่อสร้างหลังจากที่ได้รับอิสรภาพจากโซเวียตตั้งเด่นสวยงามรอคอยนักท่องเที่ยวให้ไปเยี่ยมชม ตลาดสดที่มีรูปทรงคล้ายอาคารหัวลำโพงของบ้านเรา เป็นอีกหนึ่งแหล่งที่ดึงดูดให้ผู้คนต้องเข้าไปดูถึงแม้ว่าจะไม่ได้ต้องการสิ่งใดก็ตาม