ประเทศลิทัวเนีย

ลิทัวเนีย (Lithuania) เป็นหนึ่งในสามประเทศที่อยู่ในกลุ่มประเทศทะเลบอลติก ประเทศเล็กๆที่มีสีสันน่าติดตามค้นหา จากแผนที่ในปัจจุบันจะเห็นว่าลิทัวเนียเป็นประเทศเล็กนิดเดียว แต่หากบอกว่าครั้งหนึ่งเมื่อในอดีต ประเทศเล็กๆแห่งนี้เคยยิ่งใหญ่ขนาดครองพื้นที่มากที่สุดในยุโรปมาแล้ว!!! เมื่อสมัยที่ Grand Duchy of Lithuania ได้แผ่อิทธิพลเข้าครอบครองดินแดนทั้งรัสเซีย โปแลนด์ และมัลโดวามาแล้วนั้นสิ้น เมืองเล็กๆเมืองหนึ่งที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงประมาณ 28 กิโลเมตร ทราไก (Trakai) เมืองแห่งประวัติศาสตร์ ป่าเขา สายน้ำ และทะเลสาบแสนสวย หากใครเป็นผู้ที่หลงรักในธรรมชาติ ทราไกจะเป็นอีกหนึ่งเมืองที่อยู่ในใจคุณ
เมื่อแรกที่ได้ก้าวเข้าสู่ทราไกสิ่งที่สะดุดตาเป็นอย่างยิ่งคือบ้านเรือนที่เรียงรายอยู่สองฝั่งถนน บ้านจะมีลักษณะชั้นเดียวแต่มีห้องใต้หลังคา และจะต้องมีหน้าต่างเพียงแค่สามบานเสมอ สีสันที่ใช้ก็สดใสดูแล้วทำให้จิตใจเบิกบานได้อย่างประหลาด นี่คือบ้านสไตล์ Karaim เป็นบ้านโบราณที่ทางการของลิทัวเนียพยายามอย่างยิ่งที่จะอนุรักษ์เอาไว้ให้ใกล้เคียงของเดิมในอดีต หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำมาถึงต้องมีหน้าต่างสามบาน? คำตอบก็คือ บานแรกหมายถึงพระเจ้า บานที่สองหมายถึงกษัตริย์ ส่วนบานที่สามหมายถึงครอบครัว ลึกซึ้งเป็นอย่างยิ่งใช่ไหมครับ?

 

ทราไกเป็นเมืองเล็กนิดเดียว มีพื้นที่เพียงแค่สี่ร้อยกว่าตารางกิโลเมตร แต่มีทะเลสาบมากถึง 200 แห่ง เดินไปแห่งหนใดก็ต้องเจอทะเลสาบ และสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของที่นี่ก็คือ ปราสาททราไก (Trakai Island Castle) ปราสาทแสนสวยที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆกลางทะเลสาบที่ชื่อว่าเกรฟ (Lake Galves) ซึ่งแน่นอนมันเป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของทราไก ปราสาทหลังนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 เพื่อใช้เป็นที่ประทับของ Grand Duke Kestutis ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีนั้นทราไกเป็นเมืองหลวงเดิมของลิทัวเนีย ปราสาทมาสร้างเสร็จในรุ่นลูกคือ Vytautis ต่อมาพอกษัตริย์สิ้นพระชนม์ลง ปราสาทก็ถูกทิ้งให้รกร้างเพราะเมืองหลวงย้ายมาอยู่ที่ใหม่คือที่วิลนีอุส (Vilnius)

 

หลังจากนั้นก็ไม่มีใครเหลียวแล ช่วงสงครามโลกก็โดนระเบิดเสียหาย ต่อมารัฐบาลจึงเข้าไปซ่อมแซมแล้วก็เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ตัวปราสาทก่อสร้างด้วยอิฐสีส้มมีความสวยงามมาก ถึงแม้ว่าปราสาทจะตั้งอยู่บนเกาะ แต่ก็มีสะพานทอดข้ามจากบนฝั่งเดินไปถึงตัวปราสาทได้เลย ที่ตรงนี้เหมาะแก่การกดชัตเตอร์แบบรัวๆเพราะมันสวยเหมือนฉากในภาพยนตร์ ภายในก็มีการตกแต่งไว้สวยงาม แต่ไม่อลังการเท่าปราสาทอื่นๆในยุโรป มีพระที่นั่งบัลลังของกษัตริย์และราชินีด้วย

 

ตัวเมืองทราไกนั้นไม่ใหญ่โต แต่ที่น่าแปลกใจคือที่นี่มีคนตุรกีอยู่กันเยอะแยะไปหมด อาหารแขกมีขายให้เห็นอยู่ดาษดื่น เหตุผลก็เพราะว่าคนตุรกีเป็นชนชาติที่รบเก่งมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ เลยถูกจ้างให้มาเป็นทหารมีหน้าที่คุ้มกันเมือง พวกนี้เมื่อมาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองก็มามีลูกหลานตั้งรกรากไม่กลับไปตุรกีกันอีกเลย ทราไกเป็นเมืองท่องเที่ยวแบบ Day Trip เพราะไม่ได้มีอะไรให้ดูมากนัก แต่หากใครต้องการความเงียบสงบ แบบนอนพักผ่อน หรือนั่งอ่านหนังสือเย็นๆใจริมทะเลสาบ ที่นี่ก็น่าจะเหมาะกับคุณ หรือลงไปพายเรือเล่นกับคนรัก ก็ต้องบอกว่ามันโรแมนติกมากทีเดียว ต้นไม้เขียวชอุ่ม ทะเลสาบสีสวย อากาศเย็นสบายปราสาทเก่าแก่ ส่วนผสมที่กลมกล่อมสำหรับเมืองเล็กๆเยี่ยงนี้ ทราไก